บทที่ 3 วิวาห์เถื่อน (03)

“จริงค่ะคุณแม่ หนูก็แค่กลัวที่ต้องจากคุณแม่ไปจริงๆ” ร่างเล็กสะอึกสะอื้น เพียงแค่จำใจต้องไปอยู่ร่วมบ้านตลอดหนึ่งเดือนที่บิดาและมารดาไม่อยู่ หล่อนก็ทุกข์จนแทบตรอมใจตาย แต่นี่หล่อนจะต้องผูกตนเองติดกับบ่วงแค้นไปตลอดชีวิต แล้วจะไม่ให้หล่อนอยากจะร้องไห้ได้อย่างไร         

           “โธ่ลูกแม่ หนูไม่ต้องกลัวไปนะ แม่จะไปเยี่ยมลูกบ่อยๆ” นางปลอบลูกสาวและไม่ได้คิดเอะใจ ก่อนที่จะหันไปพูดกับพยัคฆ์ “พ่อพยัคฆ์ เรากำลังจะเป็นครอบครัวเดียวกัน เลิกเรียกฉันว่าคุณหญิงได้แล้ว ต้องเรียกฉันว่าคุณแม่เข้าใจไหม”ฉีกยิ้มหวานๆ ให้ลูกเขย      

           “ครับคุณแม่” จำใจต้องเอ่ยเรียก แววตาก็ปกปิดความโหดเหี้ยมเอาไว้ด้วยสายตาอ่อนโยน      

           “งั้นเราเข้าไปในงานกันดีกว่า แขกเหรื่อรอนานแล้ว” พูดจบเมฆาก็ก้าวเดินด้วยท่าทางสง่า สุขุมเข้าไปในงานวิวาห์ของลูกสาว แล้วไม่นานงานวิวาห์ก็เริ่มต้นขึ้น คนใหญ่คนโต นักธุรกิจ หรือแม้จะกระทั่งนักการเมืองทรงอำนาจต่างก็ปั้นยิ้มให้กับคู่บ่าวสาว เนื่องจากเมฆาเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งแถมเขายังเป็นเจ้าพ่อในวงการธุรกิจส่งออกที่ดังและมีชื่อเสียง ทำให้คนที่มีอำนาจอิทธิพลตบเท้ามาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง     

           เสียงเจื้อยแจ้วของพิธีกรกำลังบรรยายเกี่ยวกับความรักอันลวงหลอกของพยัคฆ์และเพียงรัมภา รวมทั้งมีวิดีโอภาพหวานๆ ของทั้งคู่ ซึ่งทั้งสองที่ปั้นยิ้มอยู่บนเวทีก็หาได้ซึ้งใจแม้แต่น้อย คนหนึ่งต้องฝืนยิ้ม อีกคนแสยะยิ้มกับภาพมายา ก่อนที่จะก้าวลงจากเวที    

           จากนั้นเวลาความทุกข์ระทมก็แวะเวียนกลับมา ถึงเวลาของการเข้าหอซึ่งพยัคฆ์รอคอย แผนการขั้นที่หนึ่งเสร็จอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีข้อผิดพลาด และไม่นานผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างก็แยกย้ายกันออกจากห้องสวีทซึ่งถูกจัดเตรียมไว้สำหรับเป็นห้องหอ โดยญาติผู้ใหญ่ฝ่ายพยัคฆ์ก็คือนักธุรกิจอาวุโสที่ร่วมงานกันมานาน เนื่องจากญาติผู้ใหญ่ของชายหนุ่มเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว

           เตียงนอนสีขาวสะอาดตา มีดอกไม้มงคลโปรยปราย มีพวงมาลัยวางคู่อยู่บนหมอน ภายในห้องมีกลิ่นหอมเย้ายวนสร้างบรรยากาศได้ดีเยี่ยม ทว่ากลับไม่ได้ทำให้เพียงรัมภามีรอยยิ้ม มันกลับยิ่งทำให้หญิงสาวหวาดกลัว

           “ตัวสั่นเชียวหรือรัมภา” มือสลัดชุดสูททักซิโด้ให้พ้นกาย ทำให้อกกว้างน่าสัมผัสเปล่าเปลือย มือก็ขยับเลื่อนไปยังกางเกงซึ่งจ่ออยู่ที่ซิบพร้อมกับค่อยๆ รูดมันลง ทำให้เสียงกลืนน้ำลายของเพียงรัมภาดังขึ้น แววตาสั่นระริก “กลัวการเข้าหอของเรามากเลยอย่างนั้นหรือรัมภา แต่ก็ถูกแล้วล่ะที่กลัวเพราะเธอจะต้องเจ็บกว่าเดิมแน่นอน แต่…ฉันรับรองว่า จะทำให้เธอเจ็บปางตายให้มากที่สุด ฉันสัญญา”

           ไม่ทันไร ร่างสวยก็ถูกกระชากให้นอนราบลงบนเตียง กระโปรงบานพองฟูถูกถลกขึ้นมาถึงหน้าท้องแบนราบ ซึ่งไม่นานหญิงสาวก็ได้ยินเสียงคำรามด้วยความพึงพอใจ มือลูบไล้ไปทั่วร่าง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองเจ้าสาวของตนเอง           

           รอยยิ้มจากมารร้ายทำให้เพียงรัมภาผวา กลัวจับใจ ดวงตาคู่หม่นก็จำใจต้องจับจ้องแววตาคู่ดุดัน น้ำตาก็เริ่มเอ่อล้น เนื่องจากมือหนากดบีบต้นแขนสวยไว้แน่น แต่ไม่นานกลับได้ยินเสียงเดินปึงปังดังแว่วเข้ามา ก่อนที่จะทุบประตูดังโครมเพื่อเรียกให้เจ้าของห้องเปิดประตู 

           “พยัคฆ์ขา พอลล่าคิดถึงพยัคฆ์” ทันทีที่พยัคฆ์เปิดประตูออก สาวสวย ร่างสูงเพรียวก็กระโจนเข้ากอดรัดฟัดเหวี่ยงพยัคฆ์อย่างไม่ให้ทันตั้งตัว โดยที่ชายหนุ่มเองก็ตอบสนองอย่างเร่าร้อนเช่นกัน ชายหนุ่มจูบตอบอย่างดูดดื่ม รุนแรงจนคนในอ้อมกอดครางกระเส่าและส่ายร่างเบียดเข้าหา          

           “พอลล่าคุณช่างร้อนแรงเหลือเกิน” เขาเหยียดยิ้มและจัดการเหวี่ยงร่างสวยลงบนเตียงเมื่อความปรารถนาฉายชัด ทำให้เจ้าสาวเช่นเพียงรัมภากระโจนลงจากเตียงแทบไม่ทัน แต่ทว่าเจ้าหล่อนก้าวลงจากเตียงได้ไม่ถึงสามก้าวก็โดนกระชากกลับขึ้นไป         

           “คืนนี้เราจะสนุกกันแบบใหม่หรือคะ พยัคฆ์” พอลล่ากระเด้งตัวขึ้นมาปรายตามองผู้หญิงอีกคนเล็กน้อยซึ่งกำลังพยายามดิ้นรน  

           “ใช่” หาได้สนใจแม่สาวยั่วสวาท ใบหน้า ดวงตาจับจ้องอยู่ที่เพียงรัมภาแล้วแสยะยิ้ม “ว่าไงรัมภา อยากจะสนุกแบบใหม่ไหมสามคนรสชาติใหม่ที่ยังไม่เคยลอง” เขาถาม          

           “ไม่ รัมภาไม่อยากได้แบบนี้” เพียงรัมภาส่ายหัวดิก

           “ทำไมเล่ารัมภา ฉันว่าน่าจะสนุกดีและมันชะมัด” พยัคฆ์ยังไม่เลิกเหยียดยิ้ม ก่อนที่จะต้องปรายตามองมือสวยของพอลล่า นางแบบสาวที่กำลังเลื้อยไล้ต่ำลงไปอยู่ที่กางเกง       

           “รัมภาขอร้อง ขอให้รัมภาหลงเหลือศักดิ์ศรีอยู่บ้างเถอะนะคะ จะให้รัมภาทำอะไรก็ยอม” เพียงรัมภาวอนขอ   

           “ได้สิ ถ้าร้องขอฉันถึงเพียงนี้ก็ได้เลย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป